ข้อคิดชีวิต

posted on 01 Sep 2008 14:56 by icbbineinberliner in Life
" พ่อสอนลูกว่าด้วยเรื่องของตะปู"

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก

พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขาถุงหนึ่ง และบอกกับเขาว่า

" ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน"

วันแรกผ่านไป

เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ

ในแต่ละวันที่ผ่านไป อย่างน้อยที่สุด เขาได้รู้ว่าสิ่งที่พ่อกำลังพยายามบอกกับเขา ก็คือ

การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ซึ่งง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ และ

แล้วหลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบพ่อและบอกกับพ่อว่า

เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็น

พ่อยิ้มและบอกกับลูกชายว่า

" ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ ฉุนเฉียวของตนเองได้

ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว"

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออกทีละตัว

จาก 1 เป็น 2...

จาก 2 เป็น 3 จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออกมา

เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า

" ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!" พ่อไม่ได้พูดอะไร

แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้านและบอกกับลูก ว่า

" ทำได้ดีมากลูกพ่อ และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิเห็นไหมว่ามัน ไม่เหมือนเดิม

ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น

จำไว้นะลูก.. เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล

เหมือนกับ การเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน ต่อให้พูดคำขอโทษสักกี่หน

ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้ "

" ฉันใดก็ฉันนั้น กับเพื่อน .. เพื่อนเปรียบเสมือนอัญมณีอันมีค่าที่หายาก

เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม เป็นคนที่คอยให้กำลังใจและยินดีเมื่อเราพบกับความสำเ ร็จ

เป็นคนที่คอยปลอบใจเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราและจริ งใจกับเราเสมอ ...

แสดงให้เขาเห็นว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน

และระวังสิ่งที่เราทำไปไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และ จงจำไว้เสมอว่า

" คำขอโทษ"

ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม

แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือรอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้..ตลอดไป"
 
 

Comment

Comment:

Tweet

นี่แหละ...ที่เรียกว่ารัก
ความรักสามารถเปลี่ยนทุกสีบนโลกให้กลายเป็นสีชมพู
ความรักเป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้มนุษย์ได้มีชีวิตที่สมบูรณ์
ความรักจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา และไขว่คว้าที่จะได้ครอบครอง
และแม้ว่าความรักจะมีหลายรูปแบบ
แต่ทุกรูปแบบของความรักก็ล้วนแต่เพื่อหล่อหลอมให้มนุษย์มีจิตใจที่เป็นสุข
และนี่จึงเป็นสาเหตุให้ทุกคนมองว่า ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม
จนลืมไปว่า สิ่งที่เราเรียกว่าความรักที่แหละ ในบางครั้งมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ได้เหมือนกัน

สำหรับฉันความรักมีมากมายหลายรูปแบบ
และทุกรูปแบบของความรัก ก็ล้วนแต่เป็นส่วนเติมเต็มให้ฉันได้มีชีวิตที่สมบูรณ์
ความรักของแม่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ
ความรักของพ่อเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและอดทน
ความรักของพี่น้องเต็มไปด้วยความห่วงใยและเอื้ออาทร
ในขณะที่ความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความผูกพันและความเข้าใจ
ฉันหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบทความเหล่านี้ด้วยความรูสึกเหงาๆ
เหงา ทั้งๆ ที่รอบข้างของฉันเต็มไปด้วยคนที่ฉันรัก และฉันก็รักเค้ามากมาย
แต่ก็ต้องขอบคุณความเหงาครั้งนี้ที่ทำให้ฉันได้มีโอกาสหยุดคิด
และหันมาทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต
ฉันพบว่าความเหงาครั้งนี้เกิดจากความรักที่เกินความพอดี
และความเหงาครั้งนี้ทำให้ฉันได้คนพบอีกมุมมองหนึ่งของความรัก
ก่อนหน้านี้ความรักของฉันเต็มไปด้วยความทุ่มเทแบบไม่ลืมหูลืมตา
ความรักของฉัน คือการให้เพื่อแลกเปลี่ยนกับความรู้สึกดีๆ
ความรักของฉัน ก็คือการห่วง และหวงจนเกินความพอดี
แต่ความรักแบบนี้อยู่กับฉันได้ไม่นานแล้วมันก็จากไป
ทิ้งไว้แต่เพียงความเศร้าและเหงาก็เท่านั้นเอง
หลังจากนี้ความรักของฉันจะเป็นเพียงการมอบความรู้สึกดีๆ เท่าที่พอจะทำได้ โดยไม่หวังผลตอบแทน
ความรักของฉันจะไม่ยึดติดกับใคร ความรักของฉันจะมีแต่ความห่วงและหวงแต่เพียงพอดี

ความรักก็เปรียบเสมือนเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ
เมื่อใดที่เรากำมือแน่น เม็ดทรายก็จะไหลออกจากมือเรา ไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่เพียงเม็ดเดียว
ในทางกลับกันถ้าเรากำเม็ดทรายไว้ในมือแต่เพียงพอดี เม็ดทรายเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่ในมือเราตราบนานเท่านาน